พุทธประวัติ

 

Homeจุดประสงค์การเรียนรู้สอบก่อนเรียนพุทธประวัติสอบหลังเรียนผู้จัดทำ

 

ตรัสรู้ 
ประกาศธรรม 
โปรดชฎิล 
โปรดพระเจ้าพิมพิสาร 
พระอัครสาวก 
แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ 

 

 พุทธประวัติ

                    พุทธประวัติ  หมายถึง  ประวัติของพระพุทธเจ้า  ซึ่งเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนา
                    พระพุทธเจ้า  มีพระนามเดิมว่า  เจ้าชายสิทธัตถะ  เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ  และพระนางสิริมหามายา  พระพุทธเจ้าประสูติในวันขึ้น  15  ค่ำ  เดือน 6  ก่อนพุทธศักราช  80  ปี  ณ สวนลุมพินีวัน  ปัจจุบันอยู่ในประเทศเนปาล  เมื่อพระกุมารประสูติได้  5 วันพระเจ้าสุทโธทนะโปรดให้มีพิธีขนานพระนามและทำนายลักษณะของพระกุมาร โดยเชิญพราหมณ์ 108  คนมาทำพิธี  ได้ถวายพระนามว่า  สิทธัตถะ  และทำนายว่าพระกุมารจะเสด็จออกบวช
                   หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะประสูติได้ 7 วัน  พระราชมารดาก็สวรรคต พระองค์จึงได้รับการดูแลจากพระนางปชาบดีโคตมี  เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเจริญวัย  พระราชบิดาทรงให้ศึกษาศิลปะวิทยาการในสำนักครูวิศวามิตร  เจ้าชายได้ศึกษาวิชาความรู้ที่ควรจะศึกษาได้อย่างรวดเร็ว  เมื่อถึงประเพณีแรกนาขวัญประจำปี เจ้าชายสิทธัตถะได้ตามเสด็จพระราชบิดาไปด้วย พระองค์ได้ทรงพิจารณาถึงสิ่งต่างๆ ที่พบเห็น  และทรงมีความเห็นว่า "ความทุกข์อันใหญ่หลวงกำลังครอบงำคนและสัตว์จำนวนมากอยู่ตลอดเวลา"  พระเจ้าสุทโธทนะทรงทราบว่าพระโอรสทรงเริ่มคิดไปในทางธรรมพระองค์จึงโปรดให้สร้างปราสาทอันสวยงามขึ้น 3  ปราสาท  สำหรับให้พระโอรสประทับในแต่ละฤดู เพื่อให้พระโอรสเกิดความรื่นรมย์ ซึ่งเป็นการโน้มน้าวจิตใจของพระโอรสให้เพลิดเพลินในทางโลก
                   เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเข้าสู่วัยหนุ่ม พระองค์ได้อภิเษกสมรสกับพระนางพิมพา(ยโสธรา) แต่พระองค์ยังทรงอยากจะทราบความเป็นไปภายนอกพระราชวังว่า ประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างไร  จึงได้ทูลขอพระราชานุญาตเสด็จประพาสพระนคร  ทรงพบเห็นคนแก่  คนเจ็บ  คนตาย  และนักบวช  ทั้ง 4 นี้  รวมเรียกว่า "เทวทูต "  เจ้าชายทรงสลดพระทัยที่ทรงเห็น คนแก่ คนเจ็บ และคนตาย  ทรงพอพระทัยที่เห็นนักบวช พระองค์ทรงนำสิ่งที่พบเห็นมาพิจารณาไตร่ตรอง หาทางแก้ไขให้ตนเองและผู้อื่นได้พ้นจากความทุกข์ และทรงคิดได้ว่ามีทางเดียวเท่านั้นที่จะคิดค้นหาทางพ้นทุกข์ได้คือ  การออกบวช  จนกระทั่งเจ้าชายสิทธัตถะพระชนมายุได้ 29 พรรษา พระนางพิมพาประสูติประโอรส นามว่า ราหุล  แม้ว่าพระองค์จะทรงห่วงใยพระโอรส แต่ด้วยมีพระประสงค์ที่จะหาทางช่วยเหลือชาวโลกให้พ้นทุกข์  พระองค์จึงตัดสินพระทัยออกบวช จึงเสด็จออกจากพระนครพร้อมนายฉันนะมหาดเล็กและม้ากัณฐกะ  จนกระทั่งเสด็จถึงริมฝั่งแม่น้ำอโนมา พระองค์จึงทรงเปลื้องเครื่องประดับเพื่อให้นายฉันนะนำกลังพระนครพร้อมกับม้าทรง  พระองค์ทรงใช้พระขรรค์ตัดพระเมาลี และทรงอธิษฐานเป็นนักบวช  พระสิทธัตถะได้ทรงศึกษากับอาฬารดาบสและอุทกดาบส  แต่พระองค์ไม่ทรงพบหนทางที่จะดับทุกข์ที่แท้จริงได้จึงเลิกเสาะแสวงหาวิชาความรู้จากสำนักลัทธิต่างๆ